BEOGAMING บทความ : รวม 10 เหตุการณ์ช็อกวงการฟุตบอล ปี 2020

BEOGAMING

BEOGAMING : นี่ก็ปี 2021 แล้ว มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายบนโลกของเรา ทั้งเรื่องที่น่าจดจำและเรื่องที่ทำให้เราต้องเสียน้ำตา

BEOGAMING : ไม่ว่าจะเรื่องการเกิดไฟป่าที่ประออสเตรเลีย น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระเบิดครั้งใหญ่ที่ท่าเรือในเมืองเบรุต ประเทศเลบานอน และเรื่องที่ทำให้คนทั้งโลกต่างหวาดกลัวนั่นคือการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ไม่เพียงแต่เท่านั้นในวงการกีฬาก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นเหมือนกัน มีทั้งความสูญเสีย ชัยชนะ รวมถึงเรื่องราวอื่น ๆ ที่เรานำมาฝากทุก ๆ คน

1.ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์ลีกในรอบ 30 ปี

ในค่ำคืนของวันที่ 25 มิ.ย. 2563 ความพ่ายแพ้ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีต่อ เชลซี  ส่งผลให้ลิเวอร์พูล แต้มทิ้งขาด และผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แห่งการรอคอยอย่างเป็นทางการ ทั้ง ๆ ที่ทีมหงส์แดง ยังเหลือเกมอีกถึง 7 เกม พลพรรคหงส์แดง สร้างผลงานในซีซันที่ผ่านมาได้อย่างร้อนแรง ทำผลงานในลีกด้วยการเก็บชัยชนะไปถึง 32 นัด จาก 38 เกม โกยไปมากถึง 99 คะแนน จนก้าวไปคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง ในรอบ 30 ปี นอกจากนี้ทั้งนักเตะ ทั้งโค้ช ยังพาเหรดคว้ารางวัลอย่างมากมาย น่าเสียดายไม่น้อยที่การฉลองทำได้อย่างไม่เต็มที่ เนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ที่อังกฤษยังคงเล่นงานไม่เว้นแต่ละวัน ความยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล ได้รับการยอมรับ ว่าพวกเขาดีกว่าทีมอื่นทุกกระบวนท่า จนส่งให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ คว้ารางวัลกุนซือยอดเยี่ยมแห่งปีจากฝ่ายจัดการแข่งขัน และยังได้รับตำแหน่งกุนซือยอดเยี่ยมของฟีฟ่าเป็นการปิดท้ายปลายปี อันอุดมไปด้วยความสุข ในถิ่นของเดอะค็อป

2.โตเกียวเกมส์ 2020″ จะจัดแข่งขันได้หรือไม่

ข่าวใหญ่ของกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติก็คงต้องยกให้ข่าวนี้เลยเมื่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี (IOC) ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ยืนยันแล้วว่าการแข่งขันโอลิมปิก 2020 และ พาราลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จะถูกเลื่อนออกไปเป็นเวลา 1 ปี หลังจากการประชุมครั้งสำคัญบาคและอาเบะสองหัวเรือใหญ่ของการจัดการแข่งขันมีมติเห็นพ้องต้องกันว่าจำเป็นต้องเลื่อนการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิกออกไปสู่ฤดูร้อนปี 2021 แทน มหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่ไม่เคยเลื่อนการแข่งขันเลยตลอด 124 ปี ในประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน มีแต่ยกเลิกการแข่งขันไปเลย 3 ครั้ง เมื่อปี 1916 ที่กรุงเบอร์ลิน, ปี 1940 ที่กรุงโตเกียว และ ปี 1944 ที่กรุงลอนดอน เท่านั้น แต่นั่นก็เพราะสาเหตุจากสงครามโลก ไม่ใช่เพราะโรคระบาดเช่นครั้งนี้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ช่วงเวลาที่จะเลื่อนมาแข่งขันในปี 2021 ก็ยังเป็นอะไรที่น่าติดตามว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังเพิ่มขึ้นไปทั่วโลก และยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดโรคร้ายนี้ได้ในเร็ววัน จึงทำให้ผู้สันทัดกรณี มองว่า “โตเกียวเกมส์” อาจต้องยกธงขาว และไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ ซึ่งนี่คือสิ่งที่หลายคนภาวนาว่าอย่าได้เป็นเช่นนั้นเลย

3.การสูญเสียแบบไม่วันกลับอย่าง ตำนาน “เสือเตี้ย”

การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ ดีเอโก้ มาราโดนา เมื่อกลางดึกของวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก และทุกคนต่างออกมาโพสผ่านโซเชียล รวมถึงเดินทางไปร่วมวางดอกไม้อาลัยต่อการเสียชีวิตของยอดนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ ดีเอโก้ มาราโดน่า ถือเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของทีมชาติอาร์เจนติน่า สามารถพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1986 โดยไฮไลท์ในครั้งนั้นคือทำ 2 ประตู ประวัติศาสตร์ในนัดที่เอาชนะ ทีมชาติอังกฤษ 2-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งประตูแรกเจ้าตัวใช้มือชกบอลเข้าประตูไป ก่อนเรียกมันว่า “หัตถ์พระเจ้า” ก่อนที่ประตูที่สองจะลากเดี่ยวจากกลางสนามหลบผู้เล่นอังกฤษ 5 คน และล็อกหลบ ปีเตอร์ ชิลตัน แล้วยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้น ซึ่งประตูนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นประตูแห่งศตวรรษที่โลกจะไม่มีวันลืม

4.เมสซี่ อยู่หรือไป อะไรกันแน่

26 ส.ค.  ข่าวที่ทำเอาแฟนลูกหนังโลก ตะลึงสุดๆ ก็คือ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะระดับโคตรซุเปอร์สตาร์ประจำทีมบาร์เซโลนา ได้แจ้งเรื่องเพื่อขอย้ายทีมและขอย้ายทีมในทันที ว่ากันว่า เวลานั้น หัวหอกกัปตันทีมบาร์เซโลน่า ได้เปิดอกคุยกับ โรนัลด์ คูมัน กุนซือคนใหม่ ก่อนที่จะแจ้งกับ “โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว” ประธานสโมสรในเวลานั้น ว่าเขาต้องการย้ายออกจากทีมในเวลานี้ แมนฯซิตี้ , PSG และ อินเตอร์ มิลาน คือทีมที่พร้อมอ้าแขนต้อนรับ เพราะเมื่อสัญญา ตามเงื่อนไขของสัญญาระหว่างเมสซี่ และ บาร์เซโลน่า ที่จะหมดสัญญาในปี 2021 ซึ่งในสัญญา เขาสามารถย้ายทีมได้แบบฟรีๆ หากแจ้งทีมก่อนวันที่ 10 มิถุนายน (ของทุกปีในสัญญา) แต่ว่าดาวยิงอาร์เจนไตน์เพิ่งมาแจ้งต่อทีมในช่วงนี้ ทำให้ทีมที่ต้องการได้ตัวเขาไปร่วมทีม จะต้องจ่ายเงินก้อนโตถึง 700 ล้านยูโร และการย้ายก็ไม่ได้เกิดขึ้นในเวลานั้น แน่นอนว่า เมื่อจบซีซันนี้  เรื่องย้ายทีมของ ลิโอเนล เมสซี่ น่าจะกลับมาสร้างความตกตะลึงของแฟนบอลทั่วโลกแน่นอน โดยสื่อหลายๆสำนักต่างคาดการณ์ว่าทีมต่อไปหากเมสซี่ย้ายออกจากทีมเจ้าบุญทุ่ม น่าจะมีเพียงสามทีมเท่านั้นเป็นเต็งจ๋า นั่นคือ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพ และอีกทีมคือ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ทีมดังจากอิตาลี ที่มีเจ้าของทีมเป็นจอมทุ่มเงินจากเมืองจีนนั่นเอง ส่วนอีกทีมที่เตรียมกระโดดเข้าล่าตัวด้วยคือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมเงินหนาจากลีกฝรั่งเศส นั่นเอง

5.คล็อปป์ ชายผู้นำพา “หงส์แดง” ไปสู่ความสำเร็จ

นายใหญ่ของสโมสรลิเวอร์พูล ที่พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/2020 บอกได้คำเดียวว่านี่คือสุดยอดกุนซือของโลก และเขาผู้นี้คือคนที่เข้ามาสร้างทุกความสุขให้กับเหล่าสาวกเดอะค็อปอย่างแท้จริง ผลงานอันร้อนแรงคือการ ทำให้ลิเวอร์พูล เดินหน้าคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ ทั้งแชมป์ลีก, แชมป์เปี้ยนส์ลีก และ แชมป์สโมสรโลก คือสิ่งการันตี ถึงความยอดเยี่ยมในตัวเขา นายใหญ่แห่งถิ่นแอนฟิลด์ สร้างผลงานสุดยิ่งใหญ่ด้วยการพา “ทัพหงส์แดง” ประกาศศักดา ก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของเกาะอังกฤษ หลังทำผลงานเก็บชัยชนะ 32 นัด จาก 38 เกม โกยไปมากถึง 99 คะแนน คว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งในรอบ 30 ปี มาครองโดยถือเป็นการเอาชนะเพื่อนร่วมอาชีพทั้ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี), เบรนดอน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์) และ คริส ไวล์เดอร์ (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด) ที่ก็มีชื่อเข้าชิงรางวัลในปีนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังถือเป็นรางวัลที่สองของ กุนซือชาวเยอรมัน ในซีซันนี้หลังก่อนหน้านี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้จัดการทีมลีกอาชีพ มาแล้ว เท่านั้นไม่พอ ในช่วงปลายปี เยอร์เก้น คล็อปป์  ยังผงาดคว้ารางวัล โค้ชทีมชายยอดเยี่ยมแห่งปี 2020 (The Best FIFA Men’s Coach) ซึ่งเป็นการเลือกโดยฟีฟ่าอีกด้วย เรียกได้ว่าในเวลานี้  คล็อปป์  คือกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสโมสรลิเวอร์พูลไปแล้ว

ซึ่งนี่คือ ส่วนหนึ่งของเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น ทุกเหตุการณ์มีทั้งความทรงจำ และความคิดถึงอยู่ในนั้นเสมอ และทุกอย่างจะสอนให้เราใช้ชีวิตอยู่บนความพอดี มีได้มา ก็ต้องมีสูญเสีย มีชัยชนะก็ต้องมีพ่ายแพ้ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องพบเจอ และผ่านมันไปให้ได้

Reference : BEOGAMING

Post by BEO68

Categories: กีฬา

2 Comments

Leave a Reply